นักเขียน-บรรณาธิการ บทความธรรมะ ศักดิ์สิทธิ์ พันธุ์สัทธ์

อุทิศบุญให้คนเป็นได้หรือไม่ ? ตอนที่ 1

เครดิต / ขอบคุณรูปภาพประกอบบทความจาก
https://www.facebook.com/ssphansat
ศักดิ์สิทธิ์ พันธุ์สัทธ์ คณาจารย์เลี่ยงเชียง

อุทิศบุญให้คนเป็นได้หรือไม่ ? ตอนที่ 1


ข้อคิดธรรมะ คำคม สารธรรมดีดี โดย ศักดิ์สิทธิ์  พันธุ์สัทธ์

พระพุทธเจ้าตรัสแสดงบุญกิริยาวัตถุ  (วิธีทำบุญหรือการกระทำที่ทำให้เกิดบุญ) ว่ามี ๓ ประการ คือ

๑) ทานมัย ให้ทาน
๒) สีลมัย รักษาศีล
๓) ภาวนามัย เจริญภาวนา

และในคัมภีร์อรรถกถาได้แยกย่อยวิธีการทำบุญทั้ง ๓ นั้นออกไปอีก ๗ ประการ คือ

๔) อปจายนมัย อ่อนน้อมถ่อมตน
๕) เวยยาวัจจมัย ช่วยในกิจที่เป็นประโยชน์
๖) ปัตติทานมัย การให้ส่วนบุญ
๗) ปัตตานุโมทนามัย การอนุโมทนารับเอาส่วนบุญที่เขาอุทิศให้
๘) ธัมมเทสนามัย แสดงธรรม ให้ความรู้เป็นทาน
๙) ธัมมัสสวนามัย ฟังธรรม
๑๐) ทิฏฐุชุกัมม์ ทำความเห็นให้ตรง

ข้อที่ ๖ คือ การให้ส่วนบุญนั้น
โดยความหมายคือ การอุทิศบุญ หรือแบ่งปันบุญให้กับคนอื่นนั่นเอง

คำถามคือ

๑) บุญสามารถแบ่งปันให้กับคนอื่นได้ด้วยหรือ ?
ถ้าได้จะไม่ขัดกับหลักกฏแห่งกรรมที่ว่า
บุญกรรมเป็นของใครเฉพาะบุคคล ใครทำใครได้หรอกหรือ ?
อีกอย่างถ้าบุญหยิบยื่นให้กันได้ เราก็ไม่จำเป็นต้องทำดีก็ได้
เพราะรอให้ญาติทำบุญและอุทิศให้ก็สบายชิวๆๆ ไม่ต้องทำดีให้เหนื่อย

๒) บุญที่เราอุทิศให้กับคนอื่นแล้ว  บุญของเราจะไม่หมดไปดอกหรือ ?

๓) บุญนั้นสามารถอุทิศให้กับคนเป็นได้หรือไม่ ?

คำถามแรก
บุญสามารถแบ่งปันให้กับคนอื่นได้ด้วยหรือ ?

ตอบ ได้แน่นอน

เรื่องนี้มีตัวอย่างมากมายในพระไตรปิฎก เช่น
๑) เรื่องเปรตของพระเจ้าพิมพิสารที่มาแสดงตัวเพื่อขอส่วนบุญในวันที่พระองค์ทำบุญถวายวัด หลังจากพระองค์ได้ถวายภัตตาหารและจีวรแด่พระพุทธเจ้าและเหล่าสาวก แล้วทำการอุทิศไปให้ ทำให้เปรตเหล่านั้นมีกายทิพย์มีเสื้อผ้าอาภรณ์ที่สวยงาม พ้นจากสภาพความเป็นเปรตในทันที

๒) เปรตอดีตมารดาของพระสารีบุตรในชาติก่อนมาขอส่วนบุญจากพระสารีบุตร ท่านก็ถวายอาหารและผ้าแก่พระสงฆ์แล้วอุทิศบุญไปให้ก็ทำให้พ้นนางเปรตนั้นพ้นจากความเป็นเปรต มีกายและผิวพรรณงดงาม

และในติโรกุฑฑสูตรพระพุทธองค์ตรัสไว้ว่า ในปรโลกเบื้องหน้า ไม่มีการทำไร่ ทำนา ไม่มีการค้าขาย หรือเลี้ยงปศุสัตว์ เปรตทั้งหลายยังชีวิตให้เป็นไปด้วยบุญที่ญาติทั้หลายอุทิศไปให้จากโลกนี้ ดังนั้น ควรที่ญาติทั้งหลายจะทำบุญและอุทิศไปให้กับผู้ตายเพื่ออนุเคราะห์แก่เขาเถิด

และตรัสอีกว่า ฝนที่ตกจากฟ้าย่อมยังสาครให้เต็ม ฉันใด บุญที่ญาติอุทิศไปให้ย่อมสำเร็จแก่ผู้ตาย ฉันนั้น

นี่เป็นเครื่องยืนยันได้อย่างดีว่า บุญนั้นอุทิศให้กันได้

 

คำถามต่อมาคือ การอุทิศจะไม่ขัดกับกฎแห่งกรรมหรือ ?

คำตอบคือ ไม่ขัด

เพราะบุญที่เราอุทิศไปนั้น ใช่ว่าผู้ตายจะได้รับเลย
ผู้ตายต้องอนุโทนารับเอาส่วนบุญที่เราอุทิศให้นั้นด้วยตัวเอง
หากผู้ที่ตายไปไม่รับรู้และไม่ได้อนุโมทนารับเอา ก็จะไม่ได้รับผลบุญที่เราอุทิศให้

ซึ่งการอนุโมทนารับเอาส่วนบุญ จัดเข้าในบุญกิริยาวัตถุข้อปัตตานุโทนามัย
(บุญเกิดจากการอนุโมทนารับเอาส่วนบุญที่เขาอุทิศ) ซึ่งเท่ากับว่า ผู้ตายได้ทำบุญด้วยตัวเอง

การที่ญาติของพระเจ้าพิมพิสาร หรือเปรตอดีตมารดาพระสารีบุตร ได้ทิพย์สมบัติและพ้นจากความเป็นเปรตนั้น
เป็นเพราะอำนาจบุญที่เกิดจากการอนุโมทนาบุญของตนเอง

ดังนั้น
หน้าที่ของเรามีแค่ทำบุญแล้วอุทิศไปให้เขา ส่วนเขาจะได้รับหรือไม่ ก็อยู่ที่ตัวเขาว่าจะอนุโมทนาหรือไม่อนุโมทนา

อนึ่ง หากผู้ตายตอนมีชีวิตอยู่ ไม่เคยทำบุญให้ทาน ไม่คุ้นเคยกับการทำความดี มีจิตคิดตระหนี่ถี่เหนี่ยวจนติดเป็นอุปนิสัย
การที่เห็นญาติทำบุญอุทิศไปให้ แทนที่จะอนุโมทนากลับติเตียนญาติเพราะความหวงแหนในทรัพย์ ไม่ยอมอนุโมทนา
ทำให้ต้องทนทุกข์ทรมานอยู่เช่นนั้นก็มี

อีกอย่างหนึ่ง พระพุทธเจ้าตรัสไวชานุโสณิสูตรว่า ผู้ที่จะไดรับส่วนบุญที่ญาติอุทิศไปให้นั้น มีเพียงผู้ที่ไปเกิดเป็นปรทัตตูปชีวิเปรตเท่านั้น หากไปเกิดเป็นสัตว์ สัตว์เดรัจฉาน เป็นอสุรกาย หรือเป็นเปรตชนิดอื่น ก็หมดสิทธิ์รับส่วนบุญจากการอุทิศเช่นเดียวกัน

ดังนั้น หากเราไม่สร้างความดีไว้ด้วยตัวเอง สร้างแต่กรรมชั่ว ไม่แน่ว่า เราอาจไปเกิดในนรกหรือเกิดเป็นอย่างอื่นที่ไม่ใช่ปรทัตตูปชีวิเปรต
ถ้าเป็นเช่นนั้นเราก็ไม่มีทางที่จะได้รับส่วนบุญใดๆเลย

ยังเหลือคำถามที่ยังไม่ได้ตอบอีก ๒ ข้อ โปรดติดตามตอนต่อไป
#แชร์ไปได้บุญเพิ่มพูนธรรมทานบารมีแก่ตน
#การให้ธรรมะเป็นทานชนะการให้ทั้งปวง

Related posts