ข้อคิดคติธรรม

พุทธานุสสติ การสัมผัสพระพุทธเจ้าด้วยใจ

เครดิต / ขอบคุณรูปภาพประกอบบทความจาก
https://www.facebook.com/ssphansat
ศักดิ์สิทธิ์ พันธุ์สัทธ์ คณาจารย์เลี่ยงเชียง

พุทธานุสสติ การสัมผัสพระพุทธเจ้าด้วยใจ


ข้อคิดธรรมะ คำคม สารธรรมดีดี โดย ศักดิ์สิทธิ์  พันธุ์สัทธ์

"พุทธานุสสติ" คืออะไร ?
พุทธานุสสติ คือ การตามระลึกถึงคุณของพระพุทธเจ้าอยู่เนือง ๆ สม่ำเสมอ ให้บ่อยครั้ง มากครั้งที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยแบ่งออกเป็น ๒ ลักษณะ คือ

๑. การสวดมนต์ เช่น สวดมนต์บทที่ระลึกถึงคุณของพระพุทธเจ้าเป็นประจำ โดยบทสวดที่จัดว่าเป็นบทสวดระลึกถึงคุณพระพุทธเจ้าหรือที่เรียกว่า บทพุทธานุสสติ นั้นมี ๒ บท ด้วยกัน คือ

๑. บทนะโม ฯ หรือ บทนอมน้อมพระพุทธเจ้า
๒. บทสรรเสริญพระพุทธคุณ

๒. การทำสมาธิ เช่น การนั่งสมาธิหลังจากการสวดมนต์ด้วยการภาวนาหรือบริกรรมว่า "พุทโธ" เพื่อความสงบของใจ

ประโยชน์ของการเจริญพุทธานุสสติ

๑. อานุภาพแห่งพระพุทธคุณจะคุ้มครอง
๒. ปกป้องใจไม่ให้ยินดีในการทำความชั่ว มีความละอายในการทำชั่ว ทั้งในที่ลับและที่แจ้ง
๓. เป็นแรงผลักดันให้มีจิตยินดีในการทำความดี
๔. ใช้ชำระจิตใจให้ผ่องใส สว่าง สะอาด สงบ จากอำนาจแห่งกิเลส
๕. เพิ่มพูนบารมีและปัญญาแก่ตน
๖. มีส่วนร่วมรักษาและเผยแผ่พระพุทธศาสนา
๗. เมื่อตายในขณะเจริญพุทธานุสสติย่อมไปเกิดในสวรรค์

การเจริญพุทธานุสติ ด้วยการสวดมนต์

การสวดมนต์เป็นข้อปฏิบัติที่สำคัญอย่างหนึ่งในชีวิตประจำวันของชาวพุทธ เพราะเวลาที่สวดมนต์แล้วจะเกิดความเข้าใจและรู้เนื้อความของบทสวดมนต์นั้นๆ (ในกรณีที่สวดแปล) อันจะทำให้เกิดความซาบซึ้ง ความศรัทธา ความเลื่อมใส และความปีติอิ่มเอิบใจ ช่วยให้การเจริญภาวนาได้ผลดียิ่งขึ้น ยิ่งกว่านั้น เรายังได้เรียนรู้และไตร่ตรองคำสอนของพระพุทธเจ้า ซึ่งเป็นการเจริญปัญญาภาวนาไปพร้อมๆ กันดัวย

แนะนำในการสวดมนต์ เจริญพุทธานุสสติ

ขณะสวดมนต์ จิตของผู้สวดได้จดจ่ออยู่กับบทสวดมนต์ ทำให้เกิดสมาธิได้ในระดับหนึ่ง และขณะที่จิตจดจ่ออยู่กับบทสวดนั้น ใจย่อมสงบ ปราศจากความคิดอกุศล ปราศจากความโลภ โกรธ หลง ปราศกิเลสตัณหา สภาพจิตเช่นนี้เรียกว่า บุญ อาจจะมีบ้างในเวลาที่เราสวดมนต์แล้วจิตใจไม่สงบ จิตแอบไปคิดฟุ้งซาน โดยจะสังเกตได้ว่าปากก็สวดมนต์อยู่แต่ใจกลับไปคิดฟุ้งซ่านคิดนึกปรุงแต่งเรื่องอื่น

หน้าที่ของเเราคือ ให้เราพิจารณาดูความเป็นจริงของจิตที่มันกำลังแสดงให้เราเห็นในปัจจุบันขณะทันทีว่า "ปากก็สวดมนต์อยู่ แต่จิตแอบไปคิดฟุ้งซ่านเรื่องโน้นเรื่องนี้ ม้นบังคับไม่ได้ จิตมันมีหน้าที่คิดปรุงแต่งไปตามเหตุปัจจัยของมัน เมื่อกี้จิตก็จดจ่ออยู่กับบทสวดนี่ แล้วมันเผลอไปคิดฟุ้งซ่าน ปากก็สวดอยู่แต่ใจมันลองไปคิดเร่องโน้นเรื่องนี้ จิตมันมีหน้าที่คอยปรุงแต่งของมัน เพราะเราบังคับไม่ได้ มันไม่เที่ยง มันทนอยู่ไม่ได้ เราาบังคับไม่ได้ เพราะมันไม่ใช่เรา ไม่ใช่ของเรา นี่แหละคือ ความจริงของจิต จิตกำลังแสดงไตรลักษณ์ ให้เราพิจารณา ทำหน้าที่ของเราคือคอยตามรู้ตามดูมันทำงานต่อไป ด้วยจิตที่ตั้งมั่นและเป็นกลาง ไม่ไปโกรธ ไม่ไปยินดียินร้ายกับมัน

เมื่อจิตเกิดสติระลึกรู้สภาวะที่กำลังหลงคิดฟุ้งซ่านได้ในขณะสวดมนต์ จิตก็จะตื่นรู้และจะกลับมาจดจ่อกับบทสวดมนต์ต่อไป และถ้าจิตหลงไปคิดฟุ้งซ่านอีก ก็ให้เราคอยฝึกสติระลึกรู้ตามดูจิตมันแสดง ไตรลักษณ์ ต่อไป"

 

#แชร์ได้บุญเพิ่มพูนธรรมทานบารมีแก่ตน
#การให้ธรรมะชนะการให้ทั้งปวง

Related posts