ข้อคิดคติธรรม

ประวัติความเป็นมาของ นะโม ตัสสะฯ

เครดิต / ขอบคุณรูปภาพประกอบบทความจาก
https://www.facebook.com/ssphansat
ศักดิ์สิทธิ์ พันธุ์สัทธ์ คณาจารย์เลี่ยงเชียง

ประวัติความเป็นมาของ นะโม ตัสสะฯ


ข้อคิดธรรมะ คำคม สารธรรมดีดี โดย ศักดิ์สิทธิ์  พันธุ์สัทธ์

ประวัติความเป็นมาของ นะโม ตัสสะฯ

ในหนังสือ ฎีกานะโม ได้กล่าวถึงประวัติความเป็นมาของบท นะโม ตัสสะฯ เอาไว้ค่อนข้างพิสดารว่า บทสวด นะโม ตัสสะฯ นี้ เกิดจากการนำคำสรรเสริญของเทพ ที่กล่าวสรรเสริญพระพุทธเจ้าคนละคำ รวม ๕ คำ มาร้อยเรียงเป็นประโยคได้หนึ่งประโยคพอดี มีประวัติเล่าไว้ดังนี้

สาตาคิรียักษ์กล่าวคำว่า "นะโม"

มีเรื่องเล่าว่า สมัยหนึ่งเทวดา ๕ องค์ ได้มาเข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าตามลำดับ ท่านแรกคือ สาตาคีรียักษ์ ซึ่งเป็นเทพเหล่าภุมเทวดา อาศัยอยู่เทือกเขาสาตาคีรี ณ แดนหิมวันตประเทศ มีหน้าที่เฝ้าทางเข้า-ออก ป่าหิมพานต์ทางทิศเหนือและเป็นวริวารของท้าวเวสสุวัณ

สาตาคีรียักษ์เมื่อเข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าได้ทูลถามปัญหา ครั้นได้สดับพระธรรมเทศนาก็เกิดความเลื่อมใสเป็นอย่างมาก จึงเปล่งวาจากล่าวสรรเสริญพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า "นะโม"

อสุรินทราหูกล่าวคำว่า "ตัสสะ"

พระผู้มีพระภาคเจ้าได้แสดงธรรมโปรดเหล่าเทวดาและมนุษย์ให้บรรลุธรรมจำนวนมาก จนเป็นที่กล่าวขานกันไปทั่วทั้งเทวโลกและมนุษยโลก อสุรินทราหูได้ยินกิตติศัพท์ของพระผู้มีพระภาคเจ้า และมีความประสงค์จะไปเข้าเฝ้าฟังธรรมเหมือนเทพองค์อื่น แต่ติดอยู่ที่ถือตัวว่าตนนั้นมีฤทธานุภาพมาก ครั้นจะไปเฝ้าพระพุทธเจ้าก็เกรงจะเสียศักดิ์ศรี อีกอย่างกายของตนกับพระพุทธเจ้านั้น เมื่อเทียบกันเมื่อเทียบกันตนเองก็เปรียบเหมือนภูเขา ส่วนพระพุทธเจ้าเปรียบเหมือนมดตัวเล็กๆ จะเทศนาให้ได้ยินอย่างไร เมื่อคิดเช่นนี้จึงยับยั้งชั่งใจอยู่ นานไปเสียงร่ำลือถึงกิตติศัพท์ของพระพุทธเจ้าเริ่มหนาหูขึ้นทุกที ทำให้อสุรินทราหูทนไม่ได้ ตัดสินใจเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า

พระพุทธองค์ครั้นทรงทราบว่าอสุรินทราหูผู้มีกายใหญ่โตจะมา จึงเนรมิตพระวรกายให้ใหญ่โตกว่าอสุรินทราหูในท่าไสยาสน์ (นอนตะแคงขวา) รออสุรินทราหูที่พระคันธกุฎี 

ครั้นอสุรินทราหูก้าวผ่านทรณีประตูเข้าไปเห็นพระวรกายพระพุทธเจ้าใหญ่โตยิ่งกว่าตนก็ตกใจ ทิฏฐิความถือตัวที่เคยมีก็หายไปสิ้น บัดนั้นพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงธรรมชำระจิตอันหยาบกระด้างของอสุรินทราหูให้เลื่อมใสรับเอาพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งตลอดชีวิต ก่อนจากไปได้กล่าวสรรเสริญพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า "ตัสสะ"

ท้าวจาตุมหาราชกล่าวคำว่า "ภะคะวะโต"

ครั้นอสุรินทราหูกลับไปแล้ว ท้าวจาตุมหาราชผู้เป็นใหญ่บนสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกาพร้อมบริวาร พากันเข้าเฝ้าและทูลถามปัญหาที่คาใจ พระบรมศาสดาทรงวิสัชนาปัญหาพร้อมแสดงธรรมโปรด ทำให้ท้าวจาตุมหาราชทั้ง ๔ พร้อมบริวารได้ดวงตาเห็นธรรม เกิดความปีติยินดีมีความเลื่อใสศรัทธาในพระผู้มีพระภาคเจ้าเป็นอย่างยิ่ง จึงพากันกล่าวคำสรรเสริญว่า "ภะคะวะโต" ต่อจากคำของสาตาคิรียักษ์และอสุรินทราหู

ท้าวสักกะกล่าวคำว่า "อะระหะโต"

เมื่อท้าวจะตุมหาราชพร้อมบริวารกลับไปแล้ว ท้าวสักกมหาราชจอมเทพผู้เป็นใหญ่ในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ หลังได้ทราบกิตติศัพท์ของพระผู้มีพระภาคเจ้า จึงมาเข้าเฝ้าและทูลถามปัญหาหลายประการ ซึ่งแต่ละคำถามนั้นพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงวินิจฉัยได้อย่างแจ่มแจ้ง และได้แสดงธรรมโปรด

เมื่อจบพระธรรมเทศนาท้าวสักกเทวราชได้ดวงตาเห็นธรรม สำเร็จเป็นพระอริยบุคคลชั้นโสดาบัน จากนั้นทรงเปล่งวาจาสรรเสริญพระผู้มีพระภาคเจ้าด้วยคำว่า "อะระหะโต"

ท้าวมหาพรหมกล่าวคำว่า "สัมมาสัมพุทธัสสะ"

เมื่อท้าวสักกเทวราชกลับไปสู่วิมานแห่งตนแล้ว ท้าวมหาพรหมได้เข้ามาเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า เพื่อทูลถามปัญหาเกี่ยวกับที่พระพุทธองค์ทรงเทศนาสั่งสอนสัตว์ทั้งหลายว่า สรรพสิ่งทั้งหลายทั้งปวงเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตานั้น เป็นจริงหรือเท็จประการใด

เพราะตั้งแต่ที่ท้าวมหาพรหมได้เกิดเป็นพรหมยังไม่เคยเห็นความเปลี่ยนแปลงอันใดเกี่ยวกับตนเลย ซึ่งท้าวมหาพรหมค่อนข้างแน่ใจว่าตัวตนของตนนั้นเที่ยงแท้แน่นอนและเป็นอัตตาถ้าเป็นอย่างนั้นคำสอนของพระพุทธองค์ที่ว่าสรรพสิ่งทุกอย่างเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตานั้นน่าจะผิด

พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงธรรมชี้แจงด้วยเหตุผลจนท้าวมหาพรหมคลายข้อสงสัย และเห็นว่าแท้จริงตัวตนของท่านที่เห็นว่าเที่ยงนั้น จะต้องแตกสลายไปตามกฎธรรมชาติอย่างแน่แท้จนเกิดดวงตาเห็นธรรม แสดงตนเป็นผู้นับถือพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งจนตลอดชีพ จากนั้นได้เปล่งวาจากล่าวสรรเสริญพระผู้มีพระภาคเจ้าด้วยคำว่า "สัมมาสัมพุทธัสสะ"

และเมื่อนำคำกล่าวสรรเสริญของเทพทั้ง ๕ มารวมกัน ก็จะได้หนึ่งประโยคซึ่งแปลได้ความหมายที่แสดงออกถึงความเคารพศรัทธาที่มีต่อพระพุทธเจ้าอย่างยิ่ง ควรที่จะนำมากล่าวเป็นบทสรรเสริญ คือ นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ ขอนอบน้อม แด่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์นั้น ซึ่งเป็นผู้ไกลจากกิเลส สรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง

 

#แชร์ได้บุญเพิ่มพูนธรรมทานบารมีแก่ตน
#การให้ธรรมะชนะการให้ทั้งปวง

Related posts