คู่มือมนุษย์ เล่ม 6 สมาธิ และวิปัสสนา (การรู้แจ้งตามธรรมชาติ)

48฿

ล้างค่า

รายละเอียด

สั่งพิมพ์หนังสือธรรมะ พิมพ์แจก ธรรมทาน สั่งซื้อหนังสือธรรมะ ทำบุญ แจกเป็นธรรมทาน

สารบัญภายในเล่ม


- จะเรียนสิ่งใดให้รู้ดี ต้องมีศรัทธานำหน้าก่อน
- ศรัทธาเกิด จิตปราโมทย์เป็นสมาธิ ย่อมทำความรู้แจ้งได้
- ทบทวนความรู้ คู่มือมนุษย์ ๑ - ๕
เล่มที่ ๖ : การศึกษาเพื่อให้รู้แจ้งขันธ์ ๕ ด้วยสมาธิตามธรรมชาติ
- จิตที่ควรแก่การงานเกิดขึ้นตามธรรมชาติก็มี ฝึกให้เกิดขึ้นก็มี
- สมาธิตามธรรมชาติมักพอเหมาะกับปัญญา ส่วนสมาธิตามรูปแบบมักเหลือใช้และเกิดโทษ
- สมัยพุทธกาลมีคนมากมายที่บรรลุธรรม ด้วยสมาธิตามธรรมชาติ
- สมาธิตามธรรมชาติ เกิดขึ้นเมื่อพยายามเข้าใจสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างจดจ่อต่อเนื่อง
- สมาธิตามธรรมชาติ เป็นทางลัดสู่มรรคผล
๑. สมาธิตามธรรมชาติเกิดขึ้นเป็นลำดับ เริ่มต้นจาก “ปราโมทย์และปีติ”
- ปีติปราโมทย์ ในทางธรรม คือความสุขใจที่ได้ทำดี
- ปีติปราโมทย์ตามธรรมชาติ มีได้หลายรูปแบบ
๒. ปีติปราโมทย์เป็นผลให้เกิด “ปัสสัทธิ” ความสงบ รำงับใจ
๓. เมื่อจิตสงบระงับจากความฟุ้งซ่านจะเกิด “สมาธิ” ที่ควรแก่การงานทางจิต

- สมาธิที่ควรแก่การงานต้องผ่องใส เยือกเย็นพร้อมจะรู้แจ้งโลกตามเป็นจริง ไม่ใช่จมนิ่งในฌาน
๔. ยถาภูตญาณทัสสนะ ความรู้แจ้งจะมีถึงขั้นไหน ขึ้นอยู่กับกำลังสมาธิและบารมี
- เห็นตามความเป็นจริง คือ เห็นความเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา จนหมดความยึดถือในสิ่งทั้งปวง
- ธรรมทั้งปวง ไม่ควรเข้าไปยึดถือ คือบทสรุป “ไตรลักษณ์”
- ถ้าไม่เกี่ยวข้องกับสิ่งต่างๆ ว่าน่าเอา น่าเป็น ก็ไม่เกี่ยวข้องกับความทุกข์
- การต่อสู้ดิ้นรนเพื่อการเอา การเป็น อะไรก็ตามล้วนเกิดมาจากอุปาทาน ความยึดมั่นถือมั่น
- คำว่าเอา คำว่าเป็น นั้นหมายถึง การเอาหรือการเป็นด้วยการยึดถือในใจ ด้วยกิเลส ตัณหา อุปาทาน
- ถ้ายังต้องเอา ต้องเป็น ต้องรู้จักตัวอุปาทานให้ดีๆ จัดการควบคุมอุปาทานด้วยสติปัญญา
- ความรู้แจ้งในอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ของพระพุทธเจ้า ไม่ทำให้เราตกเป็นทาสของการเอา การเป็น
- ถ้ายังละกิเลสไม่ได้ ต้องมีสติสัมปชัญญะรู้ว่าสิ่งทั้งปวงไม่น่าเอา ไม่น่าเป็น แม้กระทั่ง “ความดี”
- ถ้าเราไม่เข้าไปเอา ไม่เข้าไปเป็น ด้วยความยึดมั่นเรายังทำงานและดำรงชีวิตได้ด้วยสติปัญญา
- เมื่อพระพุทธเจ้าและพระอรหันต์ทั้งหลายสิ้นกิเลสแล้ว ท่านก็ยังทำสิ่งต่างๆ ด้วยอำนาจของปัญญาและเมตตา
- แม้พระพุทธองค์ทรงฝึกฝนตนจนสิ้นกิเลสแล้ว แต่กำลังของปัญญาและเมตตานั้นยังเหลืออยู่
- พระอรหันต์ก็เช่นเดียวกัน แม้ท่านจะสิ้นกิเลสแล้ว ท่านก็ทำสิ่งที่ควรทำด้วยอำนาจของปัญญาและเมตตา
- แม้เรื่องความต้องการทางกาย ก็ประกอบไปด้วยปัญญา
- อำนาจของปัญญาและเมตตาของพระอรหันต์ทำประโยชน์ได้สูงกว่าผู้ที่ยังมีกิเลสตัณหา
- ผู้ที่เห็นว่าไม่มีอะไรน่าเอา น่าเป็น จะทำสิ่งต่างๆ ได้ดีกว่า ถูกต้องกว่า ปลอดภัยกว่า ผู้ที่ยังมีกิเลสตัณหา
- ให้คอยรู้สึกตัวอยู่เสมอว่า ทุกสิ่งที่เข้าไปเอา เข้าไปเป็นล้วนเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา จะไม่ตกเป็นทาสกิเลส
- การรู้จักสิ่งทั้งหลายเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตาเป็นสิ่งสำคัญทั้งทางโลกและทางธรรม
- ผู้มีปัญญาเห็นแจ้งในสิ่งทั้งปวง ว่าไม่น่ายึดถือแล้วจะรอดพ้นจากการถูกมอมเมาด้วยสมมติบัญญัติ
- คอยระมัดระวังใจให้เป็นอิสระจากความยึดมั่นเป็นอิสระอยู่เหนือสิ่งทั้งปวง
๕. เมื่อรู้เห็นตามความเป็นจริงแล้ว “นิพพิทา” ความเบื่อหน่าย ก็เกิดขึ้น
- เมื่อญาณรู้เห็นตามความเป็นจริงเกิดขึ้นแล้ว “นิพพิทา” คือความเบื่อหน่ายก็เกิดขึ้น
๖. เมื่อเกิดนิพพิทา ความเบื่อหน่ายในสิ่งที่หลงยึดถือ ความคลายกำหนัด และ ความหลุดออก ก็เกิดตามมา
๗. เมื่อความเบื่อหน่าย คลายกำหนัด เกิดขึ้นแล้ว ความบริสุทธิ์ สงบสันติ ย่อมเกิดขึ้น

- เมื่อจิตบริสุทธิ์ ไม่เศร้าหมองเพราะกิเลสแล้ว “สันติ” ก็เกิดตามมา
๘. เมื่อความบริสุทธิ์ สงบสันติ เกิดขึ้นแล้วก็หลุดพ้นจากกิเลส คือ “นิพพาน”
- คำว่า “นิพพาน” คือการดับของทุกข์ อาการกิเลสดับ หรือสิ่งที่ใช้ดับ
- พระพุทธเจ้าทรงระบุความหมายของ “นิพพาน” คือความสิ้นกิเลสและความทุกข์เพราะเห็นโลกตามเป็นจริง
๙. สมาธิ และ วิปัสสนา ตามธรรมชาติ ทำให้บรรลุมรรคผลได้ เป็นวิธีที่เหมาะสำหรับทุกคน
- พยายามฝึกสมาธิและวิปัสสนาตามธรรมชาติในชีวิตประจำวัน ทุกลมหายใจเข้าออก
“แวะเล่าชาดก” : วีรกชาดก ว่าด้วยโทษของการเลียนแบบ
“ธรรมะสวัสดี” : อย่าประมาท

Additional information

น้ำหนัก 130 g
ขนาด 14.5 x 21 cm