คู่มือมนุษย์ เล่ม 8 พระอริยบุคคลกับการละกิเลส

48฿

ล้างค่า

รายละเอียด

สั่งพิมพ์หนังสือธรรมะ พิมพ์แจก ธรรมทาน สั่งซื้อหนังสือธรรมะ ทำบุญ แจกเป็นธรรมทาน

สารบัญภายในเล่ม


ปกรอง
คำนำสำนักพิมพ์

อริยบุคคลกับการละกิเลส
๑. "โลกุตตรภูมิ" คือ ภูมิเหนือโลก ตรงข้ามกับ "โลกียภูมิ" ทั้ง ๓

- จะเข้าใจโลกุตตรภูมิได้ง่าย ต้องเข้าใจเรื่องโลกียภูมิก่อน
- "โลกียภูมิ" ภูมิของจิตที่ยังพอใจในกาม รูปภพ อรูปภพ
- ภพกับภูมิมีความหมายต่างกัน ภพหมายถึงที่อยู่ ภูมิหมายถึงระดับของจิต
- ผู้มีจิตติดพันในกามและสมาบัติ ชื่อว่าตกอยู่ ใน "โลกียภูมิ"
- คนเราเปลี่ยนแปลงภพได้ทุกขณะ ตามสถานะหรือภูมิของจิต
- "โลกุตตรภูมิ" ภูมิของจิตที่อยู่เหนือกาม รูปภพ อรูปภพ
- พระพุทธศาสนาแบ่งโลกุตตรภูมิ เป็นมรรคผล ๔ ชั้น
- ผู้มีกายอยู่ ในโลก แต่ ใจพ้นจากโลก เรียกว่า ตั้งอยู่ ในโลกุตตรภูมิ

๒. "สังโยชน์ ๑๐" คือ กิเลสเครื่องผูกสัตว์ให้ติดโลก

- สังโยชน์มีอัดแน่นในตน แต่ไม่คิดค้นศึกษาเพราะไม่รู้
- สังโยชน์ข้อที่ ๑. "สักกายทิฏฐิ" ความเห็นว่าร่างกายนี้เป็นตน เป็นของตน
- "สักกายทิฏฐิ" คือกิเลสตัวแรกที่ต้องรู้จัก และต้องละเพื่อเอาชนะโลก
- สังโยชน์ข้อที่ ๒. "วิจิกิจฉา" ความลังเลสงสัยเพราะไม่รู้แจ้งเห็นจริง
- คนคุ้นชินกับโลก จึงลังเลเรื่องเหนือโลก
- พิจารณาเห็นโทษของความลังเล ก็ละมันได้ง่าย
- สังโยชน์ข้อที่ ๓. "สีลัพพตปรามาส" การยึดถือศีลและข้อวัตรแบบผิดๆ
- ปฏิบัติแบบพุทธ แต่มีจุดมุ่งหมายอย่างไสยศาสตร์ จัดเป็นสีลัพพตปรามาสด้วย
- ปฏิบัติดี แต่ยึดถือแบบงมงาย ก็กลายเป็นสีลัพพตปรามาส
- แม้ทาน ศีล ภาวนา เพื่อหาสวรรค์ ก็จัดเป็นสีลัพพตปรามาส
- ถวายข้าวพระพุทธฯ จัดเป็นสีลัพพตปรามาส ๑๐๐ %
- เข้าใจเรื่องสีลัพพตปรามาสแล้ว ให้รีบเร่งละเสีย

๓. โลกุตตรภูมิอันดับที่ ๑ "พระโสดาบัน" ละสังโยชน์ ๓ ข้อแรกได้

- "พระโสดาบัน" คือ ผู้ถึงกระแสแรกแห่งพระนิพพาน

๔. โลกุตตรภูมิอันดับที่ ๒ "พระสกิทาคามี" ละสังโยชน์ ๓ กิเลสเบาบางกว่าพระโสดาบัน

- "พระสกิทาคามี" คือ ผู้ที่จะกลับมาเกิดอีกเพียงครั้งเดียว

๕. โลกุตตรภูมิอันดับที่ ๓ "พระอนาคามี" ละสังโยชน์ข้อที่ ๔ และ ๕ ได้

- สังโยชน์ข้อที่ ๔. "กามราคะ" ความพอใจในรูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส
- สังโยชน์ข้อที่ ๕. "ปฏิฆะ" ความโกรธ ความไม่พอใจ
- "พระอนาคามี" คือ ผู้ไม่กลับมาเกิดอีก

๖. โลกุตตรภูมิอันดับที่ ๔ “พระอรหันต์” ละสังโยชน์ได้ครบทั้ง ๑๐ ข้อ

- สังโยชน์ข้อที่ ๖. "รูปราคะ" ความหลงติดสุขในรูปฌาน
- หลงติดสุขในรูปฌาน ยากมากที่จะละ
- สังโยชน์ข้อที่ ๗. "อรูปราคะ" ความพอใจ ติดใจในความสุขจากอรูปฌาน
- พระอรหันต์ไม่หลงติดสุข เพราะมองเห็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
- ไม่เห็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา จึงพาให้ติดใจในรสของฌาน
- สังโยชน์ข้อที่ ๘. "มานะ" ความสำคัญตัวว่าเป็นนั่น เป็นนี่
- ถ้าจิตใจอยู่เหนือดีชั่ว ความรู้สึกถือตัวถือตนจะไม่มี
- สังโยชน์ข้อที่ ๙. "อุทธัจจะ" ความฟุ้งซ่าน ความไม่สงบใจ
- คนธรรมดามีกิเลส จึงอดทึ่งต่อสิ่งต่างๆ ไม่ได้
- พระอรหันต์ ไม่มีความทึ่ง เพราะหมดกิเลสอย่างสิ้นเชิง
- สังโยชน์ข้อที่ ๑๐. "อวิชชา" ความไม่รู้ภาวะที่ปราศจากความรู้ รวมถึงกิเลสทั้งหมด
- "อวิชชา" คือความไม่รู้แจ้งในอริยสัจจ์ ๔
- "วิชชา" คือความรู้แจ้งอริยสัจจ์ ๔
- "อวิชชา" เป็นเหตุให้เกิดทุกข์
- อวิชชาบังตา จึงไม่สามารถเอาชนะความทุกข์ได้
- ทำลายอวิชชาได้ เป็นพระอริยเจ้าขั้นสูงสุด

๗. พระอริยเจ้าทั้ง ๔ ประเภท อยู่เหนือโลก บรรลุ "โลกุตตรธรรม"

- เห็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ด้วยการเจริญวิปัสสนา ดับความอยากทั้งปวงได้ ถึง "โลกุตตรธรรม"
- "นิพพาน" คือสภาวะที่ปราศจากการเผาลนของกิเลส
- "นิพพาน" เป็นแดนที่ดับของสังขารทั้งปวง
- สิ้นทุกข์ สิ้นกิเลส เกษมจากโยคะ คือจุดหมายปลายทางของพุทธศาสนา
- ศึกษาให้รู้ให้เข้าใจและต้องปฏิบัติให้ได้ จึงจะได้ชื่อว่าเป็นพุทธบริษัทที่แท้จริง

แวะเล่าชาดก : น้ำบริสุทธิ์ (โดย ณัฐพันธ์ ปิ่นทวีเกียรติ) 

[smart_search id="1"]

Additional information

น้ำหนัก 130 g
ขนาด 14.5 x 21 cm